10 ความจริงเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

1.) เชื่อหรือไม่ นักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไปประเทศที่พูดภาษาที่สาม (ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่สองของชาวไทย) หรือแม้กระทั่งนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไป

สัมภาษณ์ชีวิตสุขสันต์ของนักศึกษาสาวจากสองสถาบันดัง…พี่แนนพี่อาย

วันนี้ทีมงาน MORPAMAHALAI ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ชีวิตแบบมันส์ๆแต่มีสาระของสองสาวคู่ซี้ จากสองสถาบันกันคะ.

8 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเด็ก การท่องเที่ยว

กลายเป็นสาขาที่มาแรงแซงทุกทางโค้งสำหรับสาขา อุตสหกรรมการท่องเที่ยว แต่หลายคนอาจไม่รู้หรือเข้าใจเกี่ยวสาขานี้ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

15 ความจริงเกี่ยวกับเด็กอักษรศาสตร์

1.) ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กอักษรฯ ซึ่งทุกคนต้องนึกภาพฝันไว้ว่า นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์นั้นจะต้องเป็นเลิศด้านภาษา พูดภาษาอังกฤษน้ำไหลไฟดับกันทุกคน แต่หารู้ไม่ว่า

3 ส.ค. 2557

ปัญหาหนักอกของเด็กมัธยมที่พ่อแม่ไม่ค่อยรู้


        ปัญหาหนักอกของเด็กมัธยมที่พ่อแม่ไม่ค่อยรู้ เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้น ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะเริ่มต้นชีวิตในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักกับสิ่งแปลกใหม่ ได้สัมผัสกับประสบการณ์และความน่าสนใจใหม่ๆ ที่ดูจะห่างไกลจากสายตาของพ่อแม่มากขึ้นทุกที และแม้ว่าการเรียนของเด็กมัธยมจะทำให้พ่อแม่อุ่นใจได้บ้างว่าลูกของตัวเองยังไปโรงเรียน แต่ทว่าก็ยังมีปัญหาหนักอกให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายรู้สึกเป็นกังวลกับความลับบางอย่างของเด็กที่พ่อแม่ไม่รู้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะช่วงวัยที่แตกต่างกันทำให้พ่อแม่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเด็ก และไม่ค่อยรู้จักกับสังคมของพวกเขาเท่าใดนัก 
       
        โดยทั่วไปแล้วธรรมชาติของเด็กที่เริ่มเติบโตเป็นวัยรุ่นมักจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านนิสัย และความคิดมากขึ้น จากเดิมที่เป็นเด็กอยู่ในโอวาทต่อหน้าพ่อแม่ แต่เมื่อไปถึงโรงเรียนอาจจะกลายเป็นคนละคนขึ้นมา เริ่มมีความก้าวร้าว ชอบท้าทายครูบาอาจารย์ ต้องการโดดเด่นในสังคม พยายามทำตัวให้ตัวเองดูมีค่าในสายตาของคนรอบข้าง และต้องการการยอมรับ ซึ่งเด็กทั่วไปที่มีการอบรมมาดีก็อาจจะไม่ค่อยแสดงออกพฤติกรรมเหล่านี้ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ทว่าพวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับหมู่เพื่อนมากกว่าการเรียน
ซึ่งในช่วงนี้พ่อแม่จะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกว่ามีผลการเรียนและสังคมของพวกเขาเป็นอย่างไร 

        หากเด็กเริ่มมีความก้าวร้าวหรือผลการเรียนตกต่ำ ก็ต้องพยายามอบรมและคอยเป็นเพื่อนให้กับพวกเขา ให้เด็กรู้สึกได้ถึงความสบายใจ ทำให้เด็กกล้าที่จะปรึกษาปัญหาหรือบอกกล่าวความรู้สึกต่างๆ ได้อย่างไม่อึดอัด นอกจากนั้นแล้วปัญหาที่พ่อแม่เป็นกังวลมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเพศตรงข้าม การที่เด็กมีแฟนในวัยเรียน อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเรียน และเสี่ยงต่อการท้องในวัยเรียน จนทำให้เสียอนาคต เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พ่อแม่จะต้องส่งเสริมให้ลูกที่อยู่ในวัยของ เด็กมัธยม สามารถยอมรับในเรื่องนี้และพยายามทำให้เด็กเห็นว่าเรื่องของเพศเป็นสิ่งที่ธรรมดาทั่วไป สามารถเปิดเผยและพูดคุยได้ จะช่วยให้เด็กไม่พยายามปิดบัง และรู้สึกไม่อายเมื่อต้องคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ 


        ปัญหาเหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่องไม่ใหญ่โตเท่าใดนัก แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ปัญหา ก็อาจจะทำให้พฤติกรรมของเด็กรุนแรงจนกระทบต่ออนาคตการเรียนและการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้นการเริ่มต้นอบรมสั่งสอนเด็กอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเป็นเกราะป้องกันสิ่งแวดล้อมอันไม่เหมาะสมในสังคมให้กับพวกเขามีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

29 ก.ค. 2557

เคล็ดลับวิธีอ่านหนังสือเรียนให้จำแม่น

เคล็ดลับวิธีอ่านหนังสือเรียนให้จำแม่น  

               
                   การอ่านหนังสือเรียนนั้นเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของเด็กตั้งแต่เด็กมัธยมไปจนถึงชั้นมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าทุกคนก็จะต้องประสบกับปัญหาความกังวลใจในระหว่างที่จำเป็นต้อง อ่านหนังสือเรียน เพื่อเตรียมตัวในการ ทำข้อสอบ หลายคนพยายามตั้งใจอ่านหนังสืออย่างจริงจัง แต่กลับไม่สามารถทำข้อสอบได้ดี หรือบางคนก็พยายามหา เคล็ดลับต่างๆ ในการจำ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความจำดีขึ้นได้ แถมยังทำให้สิ่งที่อ่านผ่านไปแล้วไม่เข้าหัว จนกลายเป็นความเครียด และคะแนนสอบที่ต่ำกว่าความคาดหวัง นั่นก็อาจจะเป็นเพราะเราไม่รู้เคล็ดของการอ่านหนังสือเพื่อให้เกิดการจดจำ ดังนั้นคำแนะนำต่อไปนี้จึงเป็นสิ่งที่เพื่อนๆ จำเป็นจะต้องศึกษาเอาไว้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้เป็นเทคนิคของการอ่านให้สามารถจดจำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

                   1.พยายามหาคอยสังเกตตัวเองว่าช่วงเวลาไหนที่เราจะมีสมาธิจดจ่อกับการอ่านมากที่สุด ซึ่งเด็กแต่ละคนก็จะมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป บางคนเป็นช่วงเช้า หรือบางคนเป็นช่วงดึก ก็ให้เราตั้งใจอ่านหนังสือในช่วงนั้นๆ ให้มากขึ้น

                   2.ขณะอ่านหนังสือต้องพยายามตั้งใจอย่างแน่วแน่ พุ่งจุดสนใจมาที่ตำราเรียนเพียงอย่างเดียว จดจ่ออยู่กับมันสักช่วงเวลาหนึ่ง แล้วจึงค่อยผ่อนคลายตัวเองสักพักแล้วกลับไปอ่านต่อ

                   3.หลังจากอ่านได้สักย่อหน้าหนึ่งแล้ว ให้เราลองปิดหนังสือและลองทบทวนสิ่งที่อ่านไปตามความเข้าใจของตัวเอง อาจจะลองพูดปากเปล่า หรือเขียนเป็นคำสั้นๆ ลงไปในกระดาษด้วยก็ได้

                   เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การอ่านหนังสือเรียนของเรามีความแม่นยำมากขึ้น และช่วยให้สมองของเราสามรถจดจำสิ่งต่างๆ ในหนังสือเรียนได้ดีกว่าการอ่านผ่านๆ อย่างไม่มีเป้าหมายอีกด้วย

26 ก.ค. 2557

เรียนอย่างไรไม่ให้ต้องเจอกับความเครียด

เรียนอย่างไรไม่ให้ต้องเจอกับความเครียด



รู้หรือไม่ว่าการเป็นเด็กมหาลัยนั้น นอกจากจะเป็นช่วงเวลาของการเปิดโลกตัวเองให้กว้างขึ้นแล้ว ก็ยังต้องพบเจอกับปัญหาของการเรียนที่มักจะมาจากความกดดันและความรับผิดชอบที่สูงขึ้นจากเดิม ส่งผลให้เพื่อนๆ หลายคนปรับตัวไม่ค่อยได้ จนกลายเป็นความเครียดที่สะสมขึ้นมาอย่างรู้ตัว และปัญหานี้นี่เองที่สามารถส่งผลกระทบกับตัวเพื่อนๆ จนนำมาซึ่งการเรียนที่ไม่ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นแล้วก่อนที่เพื่อนๆ น้องๆเด็กมัธยมและน้องๆ เด็กพาณิชย์ ที่จะ เรียนต่อ ทุกคนจะกลายมาเป็นเด็กมหาลัย แล้วละก็ อาจจะต้องเรียนรู้ในการเอาชนะความเครียดจากการเรียนของตนเองให้ได้ เพื่อศักยภาพในการเรียนที่ดีต่อไปนั่นเองคะ
รู้จักสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ผ่อนคลาย
บางครั้งเพียงแค่การเปลี่ยนโต๊ะทำงานเสียใหม่ หรือปรับห้องของตัวเองให้ดูเงียบสงบ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นสัดเป็นส่วนอย่างน่ามอง ก็จะช่วยให้เพื่อนๆ เด็กมหาลัย สามารถนั่งทำงานทำโปรเจคของตัวเองให้ดีเริ่ดขึ้นมาได้อย่างไม่เชื่อ อีกทั้งยังช่วยให้การปั่นงานดูไม่กดดันและเพิ่มความผ่อนคลายให้สมองแล่นมากขึ้น
รู้จักวางแผนการทำงานและการเรียนอย่างเหมาะสม
เมื่อเข้าสู่ห้องเรียน อาจารย์ก็จะต้องมีการสั่งการบ้านเพิ่มเติมให้เราได้กลับเอาไปทำ ทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่าการเรียนในห้องเรียนก็เหนื่อยมากพอแล้ว และอยากกลับบ้านมาพักผ่อน ทำให้เกิดอาการผัดวันประกันพรุ่ง ทางที่ดีเพื่อไม่ให้การบ้านของเรากลายเป็นดินพอกหางหมู ก็ควรจะรู้จักจัดสรรเวลาทำการงาน รู้จักการเรียงลำดับความสำคัญของงานต่างๆ ให้ดีขึ้น ก็จะช่วยให้เพื่อนๆ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับงานที่แล้วเสร็จอย่างแน่นอน
เปลี่ยนความคิดตัวเองเสียใหม่
เพื่อนๆ หลายคนอาจจะไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องมีความรับผิดชอบในตัวเองมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่เพื่อนๆ ทุกคนสามารถทำได้ก็คือการเปลี่ยนความคิดตัวเองซะ คิดเสียว่าตอนนี้ตัวเองไม่ใช่เด็กและกำลังเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยของการทำงาน หากอยากมีอนาคตที่ดีก็จะต้องตั้งใจเรียนเพื่อความสำเร็จที่รอออยู่

วิธีแก้ปัญหาความเครียดเหล่านี้เป็นเพียงวิธีการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถจะทำได้ แถมยังช่วย

ให้การเรียนมีความสุขมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย 

เริ่มหาที่เรียนพิเศษ

เรียนพิเศษ ก็อย่าทิ้งนะแม้ว่า การ เรียนพิเศษ ในระดับมหาลัยจะมีน้อยแต่สำคัญนะครับและการเรียนพิเศษที่ดี คือลองสอนพิเศษน้องๆ เพื่อเป็นการทบทวนตัวเองด้วยนะ

25 ก.ค. 2557

เรียนไปทำงานไปอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

เรียนไปทำงานไปอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
            สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กมัธยมหรือเด็กมหาลัย ก็ตามที อาจจะอยากออกไปทำงานหาเงินเพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อเอามาไว้ใช้เป็นทุนการศึกษาหรือซื้อของที่ตัวเองอยากได้ โดยไม่ต้องการให้พ่อแม่ต้องลำบากแล้วละก็ อาจจะกลัวว่าการทำงานจะส่งผลกระทบต่อการเรียนให้ย่ำแย่ เรียนไม่จบ ซ้ำชั้น หรือแม้กระทั่งผลสอบที่ออกมาอย่างไม่น่าพอใจ แต่เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะว่า การเรียนไปทำงานไปนั้นสามารถทำได้ไปพร้อมๆ กัน เพียงแค่รู้จักเคล็ดลับจัดระเบียบเวลาของตนเองให้ดีขึ้นดังคำแนะนำต่อไปนี้
รู้จักการแบ่งเวลาอย่างมีวินัย
เมื่อต้องเรียนและทำงานไปพร้อมๆ กัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรู้จักแบ่งเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีวินัยในตัวเอง เมื่อถึงเวลาเรียนก็ต้องเรียนอย่างจริงจัง และต้องหาเวลา เรียนพิเศษบ้าง เวลาทำการบ้านก็ทำอย่างเต็มที่จนเสร็จโดยไม่วอกแวกไปไหน เมื่อถึงเวลางานก็จะได้ทำงานโดยไม่ต้องมาห่วงกังวลเรื่องการเรียน
รู้จักโฟกัสบทเรียน
การเรียนที่ดีและได้ผลนั้นไม่ใช่การนั่งท่องตำราเล่มหนาๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าการเรียนรู้ที่ดี เราจะต้องรู้จักโฟกัสไปที่เนื้อหาสำคัญของเรื่อง เรียนรู้ให้เข้าใจไม่ใช่แค่การจำตัวหนังสือ ก็จะช่วยให้เราย่นย่อเวลาของการเรียนให้น้อยลง แถมยังได้ความรู้มากขึ้นอีกด้วย ส่วนเวลาที่เหลือก็สามารถเอาไปพักผ่อนหรือทำงานเพิ่มเติมต่อไปนั่นเอง
รู้จักการออมเงิน

เงินที่ได้มาระหว่างการเรียนไปทำงานไปนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย เพื่อนๆ จึงควรตระหนักว่าเงินที่ได้มานั้นไม่ควรเอาไปใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่จะต้องรู้จักใช้อย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เงินบางส่วนก็ควรนำเอามาไว้ใช้ในการออม เพื่อความมั่นคงในอนาคตของตัวเราเอง เอาไว้ เรียนต่อในอนาคต เพื่อจะได้เป็น นักเรียนแลกเปลี่ยน กับเค้าบ้างนะจ๊ะ

24 ก.ค. 2557

3 ความเชื่อที่เราเข้าใจผิดกับการเรียนพิเศษ

3 ความเชื่อที่เราเข้าใจผิดกับการ เรียนพิเศษ
          เมื่อการเตรียมพร้อมของเหล่าเด็กมัธยม ที่กำลังจะเติบโตขึ้นเข้าสู่การเป็นเด็กมหาลัย ทำหลายๆ คนอาจจะต้องประสบกับภาวะความเครียด ความกดดัน และความไม่เชื่อมั่นในตัวเองต่างๆ นาๆ ที่เข้ามารุมเร้า และหนึ่งในกระแสนิยมที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่าเหล่าเด็กมัธยมจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีเชื่อเสียง และได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆ ได้นั้น ก็คือการเรียนพิเศษที่เด็กและผู้ปกครองส่วนมากมีความเชื่ออย่างผิดๆ ว่าการเรียนพิเศษจะช่วยให้เด็กมีความสามารถและได้รับโอกาสในการเรียนที่ดีๆ ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเรามาดูกันเลยคะว่า ความเชื่อผิดๆ ที่เราต่างหลงงมงายกับการเรียนพิเศษกันมานาน มีเรื่องอะไรบ้าง

1.คิดว่าการไม่ เรียนพิเศษ คือการเสียเปรียบ
หลายคนที่เรียนในห้อเรียนเพียงอย่างเดียว อาจจะเชื่อว่าตนเองไม่เก่งเท่ากับคนที่เรียนพิเศษ จึงพยายามขวนขวายหาวิธีให้ตัวเองได้ไปเรียนบ้าง เพราะกว่าจะเสียเปรียบขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงแล้วหากเราเรียนอยู่ที่ไหนก็ตามแล้วไม่ขวนขวายต่อยอดการเรียนรู้แล้วละก็ ยังไงเสียการเรียนพิเศษก็คงไม่มีความหมายอะไรเช่นกัน

2.เชื่อว่าการ เรียนพิเศษ ต้องเรียนกับสถาบันดังๆ
การเรียนในสถาบันดังๆ มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับ ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่วัดผลว่าเราจะเก่งเสมอไปไม่ เพราะหากอาจารย์ที่สอนนั้นไม่สามารถอธิบายให้เราเข้าใจ หรือเราอาจจะมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน จะดีเสียกว่าถ้าเราได้เรียนกับอาจารย์สักคนที่สอนให้เราเข้าใจบทเรียนอย่างถ่องแท้ ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่อาจารย์ที่ชื่อเสียงเสมอไป

3.สถาบันที่ดีต้องมีราคาแพง
ความเชื่อนี้เป็นความผิดอย่างมหันต์ เพราะเด็กๆ ทราบหรือไม่คะว่า การเรียนในสถาบันเรียนพิเศษก็คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ดังนั้นการที่มีคอร์สแพงก็คือหลักทางการตลาด ที่อาจจะมีเนื้อหาไม่ได้ต่างไปจากคอร์สราคาถูกๆ ในสถานที่เล็กลงมาเลยก็ได้
ดังนั้นแล้วหากเด็กๆ คนไหนที่คิดกำลังจะไปเรียนแล้วละก็ ควรทบทวนให้ดีเสียก่อนว่าสถานบันนั้นๆ เหมาะสม และคุ้มค่ามากพอที่เราต้องจ่ายเงินเพื่อการเรียนเพิ่มเติมเหล่านั้นหรือไม่

14 พ.ค. 2557

รีวิว โปรฯ สติ๊กก้อน ทานหลังจากไปหาที่เรียนพิเศษ ให้น้อง

 หลังจากหาที่เรียนพิเศษให้น้อง พี่ต้า เลยออกมาหาอะไรกินพอดีนึกขึ้นได้ว่ามีบัตรของบาบีคิวพลาซ่าอยูเลยชวนกันไปกิน แถมพอไปถึงหน้าร้านเห็นโปรฯน่าสนใจเลยโฉบเข้าไปทานแล้วมารีวิวให้น้องๆฟัง






บรรยากาศในร้านคนค่อนข้างเยอะที่เดียวพี่ต้าไปก็ต้องกดบัตรคิวรอ ได้หมายเลขมาดูด้านล่างบอกรอ สี่ คิว กำลังจะไม่เอาแล้วพอดีได้ยินเสียงเรียกเลขของพีต้าเลยรีบเดินกลับแทบไม่ทัน แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเค้าแค่เรียกไปสั่งอาหารเท่านั้น T.T
  รออยู่พักใหญ่ก็สมหวังหลังจากสั่งโปรโมชั่น สั่งหนึ่งชุดรับหนึ่งชุด โอ้แม่เจ้าเยอะมากสำหรับสองคน









กินกันไม่ไหวเลยทีเดียว ตอนแรกที่มาทานได้เร็วมาสักพักปีดตก


ได้พัดเป็นของแถม พร้อมสติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักๆ จุงเบย


ราคาเฉลี่ยต่อหัว  250 บาท
รสชาติ    7/10
ความคุ้ม  9/10
ราคา       8/10
บริการ     7/10

เฉลี่ย      7.5/10


13 พ.ค. 2557

สนใจลงโฆษณาฟรีที่นี้ได้เลยครับโพสไว้เลย


สนใจลงโฆษณาฟรี(ที่เกี่ยวข้องกับเด็กมััธยม พาณิชย์ มหาลัย)ที่นี้ได้เลยครับโพสไว้เลย
หรือติดต่อที่อินบล็อก
ที่facebook

สัมภาษณ์น้องชะเอมจากเด็กมัธยม ที่ทั้งเก่งทั้งน่ารัก สู่การนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น

น้องชะเอม
วันนี้ทางMorpa mahalai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องชะเอมเด็กมัธยม ที่ทั้งเก่งทั้งน่ารักที่พร้อมจะก้าวสู่ฝันในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย แต่ที่พิเศษคือเธอไม่ได้จะก้าวมาเป็นเด็กมหาลัยในไทย แต่เธอเตรียมใจไปโกอินเตอร์ถึงญี่ปุ่น ด้วยการฝ่าฟันชิงทุนรัฐบาลจนได้ไป  จากเด็กโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัด สู่โตเกียวญี่ปุ่นเธอทำอย่างไร และเตรียมตัว อย่างไร เรียนพิเศษที่ไหน มารู้จักเธอกันเลยดีกว่า

8 ธ.ค. 2556

8 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเด็ก การท่องเที่ยว

8 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเด็ก การท่องเที่ยว
---------กลายเป็นสาขาที่มาแรงแซงทุกทางโค้งสำหรับสาขา อุตสหกรรมการท่องเที่ยวเพราะถือเป็นอันดับต้นๆของความนิยม ถ้าเทียบกับสาขางานบริการเหมือนกัน แม้จะเป็นสาขาที่เรียนแล้วมีความสุข สนุกสนานที่สุด แต่หลายคนอาจไม่รู้หรือเข้าใจเกี่ยวสาขานี้
เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.   อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนจะรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับเด็กท่องเที่ยวเลย น้ำตกX เกาะX วัดX อยู่จังหวัดอะไร แล้วไปยังไง สวยไหม ถ้ารู้ก็ตอบได้ แต่ถ้าไม่ จะโดนทันที"ไหนว่าเรียนท่องเที่ยวไง T.T"
2.   อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนจะหลงทางไม่เป็น
3.   อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนเคยไปมาทุกที่ "เมื่อวานไปน้ำตกX เกาะX วัดX  มา สนุกดีไปมายัง?"ถ้าไปมาแล้วก็ไม่เป็นไร ถ้ายัง "ไหนว่าเรียนท่องเที่ยวไง T.T"
4.    อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนชอบเที่ยว บางคนชอบที่อยู่ออฟฟิตมากกว่า
5.    อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนพูดภาษาต่างประเทศคล่องนะ แม้ทักษะทางการสื่อสารจะเยี่ยมแค่ไหน
6.    อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวเรียนกันง่ายๆ ยากเอาการเหมือนกันนะ ภาษาเอย ประวัติศาสตร์เอย การจัดการเอย การบินเอย อาหารเอย (บ่อยครั้งที่ต้องแอบไป เรียนพิเศษ เพิ่ม)โดยเฉพาะเรียนจากการทำงานจริงไม่มีอะไรตายตัวการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว



7.    อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวทุกคนวันๆมีแต่เรื่องสนุกๆ ไม่นะครับเพียงแต่พวกเค้ารักในการท่องเที่ยวเพราะมันหนักมากไม่ว่าจะทฤษฎีและยิ่งเหนื่อยปอีกเมื่อปฎิบัติ "ตื่นก่อนนอนที่หลัง กินที่หลังอิ่มก่อน"
8.    อย่าคิดว่าเด็กท่องเที่ยวไฮโซนะ พวกเราติดดินยิ่งกว่าที่พวกคุณรู้

11 พ.ย. 2556

สัมภาษณ์ชีวิตสุขสันต์ของนักศึกษาสาวจากสองสถาบันดัง…พี่แนน&พี่อาย



สัมภาษณ์ชีวิตสุขสันต์ของนักศึกษาสาวจากสองสถาบันดัง…พี่แนน&พี่อาย
  การเรียนระดับอุดมศึกษาเป็นการเรียนอีกขั้นหนึ่งของชีวิตที่หลายๆคนกำลังจะได้ผ่านเข้าไปสัมผัส หรือหลายคนกำลังสัมผัส และมีอีกหลายคนที่ผ่ายสัมผัสนั้นมาแล้ว ( ดูแก่ไปเลย T.T ) วันนี้ทีมงาน MORPAMAHALAI ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ชีวิตแบบมันส์ๆแต่มีสาระของสองสาวคู่ซี้ จากสองสถาบันกันคะ
เริ่มจากพี่แนน สาวอักษร จุฬาฯ พี่แนนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนบรรหาร-แจ่มใส วิทยา 3 ด้วยแผนการเรียนวิทย์-คณิต แต่หันมาเอาดีด้านภาษาเพราะใจรักการเรียนภาษามากกว่า

28 ต.ค. 2556

ความจริง 7 ประการของเด็กเรียนพิเศษที่คุณก็อาจรู้

ความจริง 7 ประการของเด็กเรียนพิเศษที่คุณก็อาจรู้

ความจริงข้อที่ 1. ร้อยละ 80 ของนักเรียนที่เรียนพิเศษตัดสินใจเลือกสถานที่เรียนโดยอิงเพื่อนเป็นหลักแบบว่า แกเรียนไหนฉันเรียนนั่น

ร้อยละ 10 เลือกเรียนตามความดังสถาบัน แล้วมักจะชวนอีก 80% มาเรียนที่เดียวกับตน เช่นเดียวกับ 10%ที่เหลือที่เลือกตามที่พ่อแม่บังคับ ยัดเยียด ก็มักจะชวนอีพวก 80% นี้เช่นกัน


ความจริงข้อที่ 2. การเลือกลงวิชาเรียนพิเศษนั้นอาจไม่ได้ลงเพราะเรียนอ่อนเสมอไป ส่วนหนึ่งเรียนเพราะเพื่อน เคยมีเหมือนกันที่ลงเรียนเพื่อจะได้อยู่ห้องเดียวกับหนุ่มในฝัน

ความจริงข้อที่ 3. การเรียนพิเศษก็อาจไม่ได้ทำให้เราเรียนเก่งขึ้น บ่อยครั้งที่ทำให้ยิ่งสับสน งง จึงมีคำพูดปล่อยไก่บ่อยๆว่า "สอนเรื่องเดียวกันใช่ไหมเนี้ย"

ความจริงข้อที่ 4. การเรียนพิเศษไม่ได้เคร่งขรึมเสมอไปบ้างที่อาจารย์สอนสนุกจนลืมตัวว่าหมดเวลาแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีแบบที่ว่า ดูนาฬิกาแล้วดูอีก พร้อมพูดในใจว่า "เบรกสักทีเหอะ ไม่ไหวแว้ว"

ความจริงข้อที่ 5. การแต่งตัวเป็นปัญหามากในตอนเช้า เพราะกว่าจะเลือกชุดใส่กันออกมานี่เป็นเรื่องอยู่บ่อยครั้งที่เดียวเพราะถ้าเรียนในวันธรรมดาหลังเลิกเรียนก็ไม่เป็นปัญหาเพราะชุดนักเรียนยืนพื้น ทุนมาเท่าๆกัน แต่การเรียนพิเศษในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยิ่งซัมเมอร์ยิ่งไม่ต้องพูด มันคือการเจอกันในชุดไปรเวท  บางที่บางกลุ่มใส่มาอวดยิ่งกว่าแคทวอล์ก ใส่มา*-*เรียกว่าจัดเต็ม (แนะนำแถวช้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า จัดว่าเด็ดคร้า)

ความจริงข้อที่ 6. ในห้องเรียนที่เรียนพิเศษต้องมีสาวแว่น หนุ่มแว่นอย่างน้อย 1 คน เสมอ

ความจริงข้อที่ 7. การเรียนพิเศษถือเป็นการใช้เวลาว่างที่มีประโยชน์มากที่สุดอย่างหนึ่งและไม่ได้แค่ความรู้อย่างเดียว ยังมีหลายๆอย่างที่เป็นผลดีตามมาด้วย เพื่อนๆล่ะคะได้อะไรบ้างนอกจากความรู้

2 ก.ย. 2556

พี่นิ้ง...10 ความจริงเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่คุณอาจจะไม่เคยรู้


10 ความจริงเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่คุณอาจจะไม่เคยรู้
1.) เชื่อหรือไม่ นักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไปประเทศที่พูดภาษาที่สาม (ภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่สองของชาวไทย) หรือแม้กระทั่งนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ไปประเทศมหาอำนาจที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างสหรัฐอเมริกา ก็อาจไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษทุกคน บางคนนั้นใช้ชีวิตรอดในสหรัฐมาโดยที่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ด้วยซ้ำและยังสอบตกภาษาอังกฤษ แต่ก็น่าซูฮกให้คนกลุ่มนี้ที่สามารถเอาตัวรอดได้เก่ง…จริงๆ

29 ส.ค. 2556

พี่นิ้ง....15 ความจริงเกี่ยวกับเด็กอักษรศาสตร์


15 ความจริงเกี่ยวกับเด็กอักษรศาสตร์

1.) ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กอักษรฯ ซึ่งทุกคนต้องนึกภาพฝันไว้ว่า นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์นั้นจะต้องเป็นเลิศด้านภาษา พูดภาษาอังกฤษน้ำไหลไฟดับกันทุกคน แต่หารู้ไม่ว่ามีเด็กอักษรฯจำนวนมากที่ตกภาษาอังกฤษและเกลียดภาษาอังกฤษเข้าไส้ถึงขั้นไม่ยอมลงทะเบียนเรียน ทั้งๆที่ภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับและหากไม่ลงก็จะไม่จบแต่ก็มีคนที่ยอมเรียนไม่จบหรือจบช้าเพียงเพราะไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษมาแล้ว

17 ก.พ. 2556

6 เรื่องที่ไม่จริงของเด็ก ICT

6 เรื่องที่ไม่จริงของเด็ก ICT

 วันนี้พี่มีนได้มีโอกาสเก็บข้อมูลจากเด็กมหาลัย ไอซีที ม.รัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง เลยเอามาเล่าสู้กันฟังคะ ^____^
 ก่อนอื่นเลยมักมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาขานี้มากพอสมควรเลยคะ ซึ่งเท่าที่แหล่งข่าวพอจะนึกออกก็มีประมาณ 6 ข้อคะ น้องๆเด็กมัธยมลองอ่านดูนะจ๊ะ



1. เด็กไอซีทีไม่ใช่ว่าทุกคนจะซ่อม/ประกอบคอมเป็นนะคะ พวกเขามีความเข้าใจในตัวโปรแกรมเป็นอย่างดีแต่ฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องนอกเหนือจากนั่น

2. หลายคนคิดว่าภาษา C เป็นภาษายากที่สุดสำหรับเด็กไอซีที แต่เด็กไอซีทีหลายคนผ่านภาษา C แต่ตกภาษาอังกฤษ T_T  ต้อง เรียนพิเศษ กันเลยทีเดียว

3. ไม่ใช่ว่าเด็ก ไอซีที จะเป็นเด็กเนิร์ด วันๆอยู่แต่กับคอม ผิดถนัดคะ พวกเขารักธรรมชาติ กิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยวมากกว่าที่คุณคิด (ลองคิดดูว่าจะเบื่อคอมขนาดไหนถ้าต้องอยู่กับมันวันละ 6 ชม. เป็นอย่างน้อย)

4. เด็กไอซีทีก็ กด Ctrl+Alt+Delete เวลาโปรแกรมมันค้างเหมือนเราๆแหละคะ (มีหลายคนคิดว่ามีขั้นเทพมากกว่านี้ หรือ อ้าว! กดเหมือนกันเหรอ) หนักกว่านี้ ชักปลั๊กเลยก็มี (ก็มันน่าหงุดหงิดนี่)

5. เด็กไอซีทีก็ร้องเพลงเพราะนะ เก่งกิจกรรม เก่งกีฬา และเก่งในหลายๆทางมากกว่าการกระหน่ำ คีบร์อด

6. เด็กไอซีทีไม่ใช่เด็กที่ถนัดเล่นแต่เกมส์คอม บ่อยครั้งไปที่เด็กไอซีที นั่งเล่นเกมส์กระดานอย่างเกมส์เศรษฐี หรือหมากฮอท หมากรุกกระดาน หรือแม้แต่หมากเก็บ

1 ก.พ. 2556

พี่มีน......เพื่อนในม.ในฝัน

ในการที่เราได้เข้าไปศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้นั้น บางคนก็โชคดีที่ได้เข้าไปในสถาบันที่ตนเอง ปารถนาไว้ แต่บางคนก็ไม่ แต่อย่าเพิ่งท้อใจไปคะเรา สามารถสร้างสถานศึกษาของเราให้เป็นมหาวิทยาลัยในฝันได้ แค่เริ่มที่ตัวเราคะ  เรามาดูสิ่งแวดล้อมก่อนคะ พี่มีนเชื่อหนึ่งอย่างว่า นี่เป็นปัจจัยสำคัญเลยคะ
สิ่งแวดล้อมเรื่องอาคารสถานที่เราคงไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
แต่สิ่งแวดล้อมทางด้านมนุษย์ละก็เปลี่ยนกันได้และเลือกกันได้คะ เพื่อนนั่นแหละสำคัญ การเลือกคบเพื่อนสำคัญอันดับ 1 เลยคะในการเรียนมหาวิทยาลัยเพราะนั่นเป็นตัวชี้เป็นชี้ตาย และเรานำให้เราไปถึงฝั่งฝันได้เลยที่เดียวคะ เรามาดูลักษณะของเพื่อนที่ควรคบ
- เพื่อนที่คุยกับเราด้วยคำระดับเดียวกับเรา
- เพื่อนที่สามารถนั่งกินข้าวกับเราได้
- เพื่อนที่ไม่ชวนเราโดดเรียน
- เพื่อนที่ชวนเราทำรายงาน
- เพื่อนที่ให้เราถามได้ทุกเรื่อง
- เพื่อนที่พยายามเข้าใจเรา
- เพื่อนที่ไม่หักหลังเรา
- เพื่อนที่ชวนเราเรียนพิเศษ
และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าน้องเจอเพื่อนที่ไม่เป็นแบบนี้รับรองได้เลยคะ ไม่มีใครเรียนได้อย่างเป็นสุขถ้าขาดเพื่อ

30 ม.ค. 2556

คณะที่ฝัน...หรือคณะที่ใช่........พี่มีน



เมื่อวานพี่มีนก็ออกล่าเหยื่อ เอ๊ยออกแนะแนวตามโรงเรียนต่างๆเช่นเคยเลยเอามาเล่าให้น้องๆใน morpamahalai ได้อ่านกัน ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญของเด็กม.6ที่กำลังจะADเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว
แต่อย่ากระนั่นเลยอันที่จริงบทความนี้เหมาะกับน้องๆ ม.4 ม.5 มากกว่า
เพราะบทความนี้เป็นการวางแผนเอาว่าตัวน้องเองจะเลือกเดินทางสายไหนๆ โดยการเลือกที่ใช่หรือเลือกที่ชอบ
พูดแบบนี้เหมือนกับเลือกแฟนเลยที่เดียว แต่มันก็อาจใช้หลักการเดียวกัน คือ...
-ถ้าเลือกที่ชอบแต่มันไม่ใช่ .....................................................เท่ากับ ทนอยู่
-ถ้าเลือกที่ใช่แต่มันไม่ชอบ .....................................................เท่ากับ อยู่ทน
-แต่ถ้ามันไม่ใช่เราและเราไม่ชอบ(พ่อแม่ชอบ) .......................เท่ากับ จำต้องอยู่ให้ทน
-แต่ถ้ามันมันใช่และเราชอบ ....................................................เท่ากับ สุขใจ

ทำอย่างไรจะรู้ได้ว่าเราชอบอะไร

เรารู้เรื่องที่เราชอบจริงๆนั้นมันยากเพราะมันขึ้นอยู่กับเรา 70 %แล้วอีก 30%น้องๆต้องลองศึกษาอย่างจริงจังเพราะตอนเรามี 70 อยู่ในใจเรามองมันผ่านๆ อีก 30 ลองเข้าไปดูในคณะนั้นเอกนั้นและถ้าทำได้ศึกษาในสายงาน/อาชีพนั้นจริงๆแล้วค่อยตัดสินใจว่าชอบมันจริงๆไหมเพราะหลายคน "ตกม้า" ในปีหนึ่งเทอม 2 ลักษณะนี้มาเยอะแล้ว เช่นคิดว่าตัวเองชอบการโรงแรมแต่พอเรียนไปสักเทอมอ้าวไม่ชอบภาษา(กำเลย) หรือ "อ้าวเรียน คหกรรมมีเรียนเคมี ด้วยเหรอ?"
และอีกประการลองศึกษาดูหลายๆคณะ อาจมีบางคณะที่เราอาจชอบมากกว่าที่ชอบอยู่ตอนนี้ก็ได้และตรงนี้ดีกว่าเลือกแฟนเพราะไม่ถือว่านอกใจ ^___^ อิอิ

ทำอย่างไรจะรู้ได้ว่าเราใช่
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บอกได้ยากมากแต่ไม่ใช่ทำไม่ได้เลยแต่อาจจะหาโอกาสได้น้อยหน่อยคือหลังจากศึกษามาอย่างดีแล้วน้องๆลองเรียนรู้งานในสายอาชีพนั้นๆ เช่นอยากเรียนและคิดว่าชอบท่องเที่ยวปีหน้าจะAd ไปท่องเที่ยวแหละ ลองไปชิมลางในงานสายท่องเที่ยวดูเช่นไป ทำงานพิเศษในบริษัททัวร์ดู แต่เข้าใจอยู่ว่าในบางสายงานทำไม่ได้ ก็ให้ไปลองสอบถามจากผู้ประกอบสัมมาอาชีพนั้นๆเอาคะว่าเป็นอย่างไงทำงานอย่างไร หนักหนาสาหัาสากันขนาดไหน และก็ลองสอบถามจากพี่ๆที่กำลังศึกษาอยู่ เรียนยังไง โดดเรียนตอนไหนได้บ้าง แอบเล่นเฟสได้ไหม(ฮา)


ทั้งนี้ทั้งนั้นพี่มีน ว่าการมีข้อมูลอยู่ในมือทำให้เราได้เปรียบมากคะ ไม่ใช่รู้แต่ผิวๆ เช่น ชุดท่องเที่ยวการโรงแรมสวยดีน่าจะเรียนง่ายด้วยเอาล่ะนะ แล้วเข้าไปเรียน ผลออกมาคือเสียเวลาไปหนึ่งปีก็มีมาแล้ว
หรือต่อให้เรียนจบมา โห่งานหนักง่ะ ไปเป็นชาวเกาะ(พ่อแม่)ดีกว่า ก็มีมาให้เราเห็นกันมาแล้ว เพราะฉนั้นต้องสติกันดีๆนะคะ ศึกษาข้อมูลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สนใจแนวทางการศึกษาต่อสอบถามได้นะคะ พี่มีนยินดีเสมอ


morpamahalai.blogspot.com

การบ้าน......ทำไมมันส์อย่างนี้

การบ้าน..........................ทำไมมันส์อย่างนี้
บัวเพิ่งได้จัดทำวิจัย "การบ้าน" สิ่งที่คอยหลอกหลอนพวกเราทุกเย็นและหลอนเราหนักขึ้นในตอนเช้าหากเมื่อเย็นวานไม่ได้จัดการมัน

- การบ้านมักเป็นสิ่งที่ทำให้เราหาข้ออ้างอะไรๆที่จะยังไม่ลงมือทำมันได้เสมอ
- การบ้านเป็นสิ่งไม่แน่นอนมีบ้างไม่มีบ้าง
- การบ้านเป็นสิ่งที่ทำให้ละครที่เราชอบน่าดูขึ้นไปอีก
- การบ้านเป็นข้ออ้างที่ดีเวลาโดนแม่ใช้
- การบ้านเป็นสัจจะธรรม "ไม่ทำโดนตี"
- การบ้านบางที่ก็แก้เซ็งแก้เหงาได้
- การบ้านบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องทำที่บ้าน
- การบ้านบางครั้งก็ทำที่โรงเรียนตอนเช้าก็ได้แต่ไม่แนะนำ เพราะมืออาจหงิกจากการเขียน50คำต่อนาทีในภาวะกดดันได้
- การบ้านจะอยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกันกับเพื่อนได้(ช่วยกันทำ แกข้อนั้น ฉันข้อนี้)
- แต่การบ้านบ้างครั้งก็เป็นในภาวะของการร่วมทำบุญและการขอส่วนบุญ(ลอกหน่อยสิ)
- การบ้านคือเวลา 60%ในช่วงเย็นของเราอิอิ
- การบ้านเป็นข้ออ้างในการเล่นเน็ต แล้วเปิด morpamahalai มาอ่านบทความของบัวตอง 55+

26 ม.ค. 2556

รับสมัครนักเขียนหน้าใหม่อยู่จร้า


รับสมัครนักเขียนหน้าใหม่อยู่จร้า สนใจส่งผลงานมาดูกันได้นะครับ มีค่าขนมให้ด้วยหรือรับเป็นการเติมเงินก็ได้

ส่งมาที่หน้าเพจ https://www.facebook.com/Morpamahalai หรือ natoriwhaan@gmail.com
หัวข้อผลงาน
มีความยาว ไม่ต่ำกว่า 250 คำ นับโดยเวิร์ด. แนวเกี่ยวกับวัยรุ่น การใช้ภาษาขอให้ระวังด้วยนะครับ ปล.ห้ามลอกผลงานใครมาเด็ดขาด


กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง(?)


กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง(?) หลังจากที่ห่างหายไปนานตอนนี้พี่ต้ากลับมาพร้อมด้วยบรรดานักเขียนหน้าเก่า พี่นิ้ง พี่มีน พี่ต้าและเติมสีสันด้วยนักเขียนหน้าใหม่สดใสปิ้งๆ น้องบัวตอง พี่สมาร์ท ที่จะมาสร้างสีสันให้สังคม มัธยม พาณิชย์ มหาลัย สนุกสนานกว่าเดิม อย่าลืมติดตามด้วยนะครับ


วันเสาร์เหงาไม่เจอเพื่อน ...บัวตอง

ตื่นเช้ามาแล้วมันแบบว่าวันเสาร์เหงาไม่เจอเพื่อน ...บัวตอง

วันนี้บัวตื่นขึ้นมาเกิดอาการเหงาๆๆ ตามสไตล์สาวน้อย เด็กมัธยม เพราะวันนี้วันเสาร์ ไม่ได้เจอหมู่คิดปานใด เฮ้ยๆๆ ไม่ได้เจอเพื่อน คิดถึงขนาดไหน (เดียวเค้ารู้หมดว่าคนที่ไหน) อยากเจอเพื่อนก็อยากเจอ แต่อยากอยู่บ้านไม่ต้องไปเรียนก็อยาก เห้อๆๆๆ เอาไงดีนะ ทุกคนละคะว่าไงกัน เด็กมัธยม ซมซาน
เคยไหมคะที่พอวันจันทร์ก็อยากเร่งให้ถึงวันศุกร์และเลยไปวันเสาร์ แต่พอวันเสาร์ตื่นเช้าขึ้นมาเหงาซะงั้น

เฮ้อไม่ได้ไปเที่ยวไหน ไม่ได้ทำไร แต่อย่ากระนั้นเลยวันเสาร์ก็มีดีเหมือนกัน

---นอนตื่นสายได้ (เว้นแต่เมื่อมาลาก)
---อาบน้ำตอนสายๆๆได้เช้าหนาวเกิ๊น
---กินข้าวที่บ้านแบบไม่ต้องรีบ(ทุกวันต้องรีบไม่งั้นก็ไม่ได้กิน)
---ใส่ชุดนอนได้ทั้งวัน
---นอนได้ตลอดเวลา
---ดูทีวีได้ตลอด
---ออนเฟสได้ทั้งวัน
---การบ้านเราก็ไม่ต้องเร่งทำเพราะยังมีวันอาทิตย์
---นอนดึกก็ได้มีไรป่ะ
---ไม่ต้องเรียน(อันนี้สำคัญ) แฮ่ๆๆ เดี่ยวไม่ได้เป็น เด็กมหาลัย นะ


แต่ข้อพึ่งระวัง อาจโดนแม่ตีเน้อ